Make your own free website on Tripod.com

1 2 3 4 5 6 7

แต่ก่อนที่จะซื้อมา ท่านบอกว่า ก่อนที่จะทำการขุดว่า คนที่เขาขุดพบ เขาขายเอกสิทธิ์ เขาขุดพบ เขาได้อะไรไปบ้างก็ไม่ทราบ ทีนี้คณะนี้ต้องการจะขุดต่อไป เขาขายสิทธิ์ของเขา ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ที่ของเขา เขาขายให้ในราคาหลายหมื่นบาท จำไม่ได้ว่า สามหมื่น หรือ สี่หมื่น ก่อนที่จะลงมือขุดก็ทำพิธีบวงสรวง คำว่า บวงสรวง บรรดาพุทธบริษัท ถ้าเป็นนักธรรมเกินไปละก็ มันจะไร้เหตุไร้ผล แต่เป็นพิธีกรรม ที่มีผล เป็นพิธีกรรมที่เขาเชิญเทวดามาได้ เชิญพรหมมาได้ อาราธนาพระมาได้ก็แล้วกัน อย่งเจ๊กที่เขาเข้าทรงในพิธีของเขา เขาทำอะไรแปลก ๆ ก็เห็นอยู่แล้วว่า สิ่งลี้ลับที่มีอยู่ ที่เราไม่สามารถจะเห็นได้ มีอยู่

เมื่อทำพิธีบวงสรวงเสร็จ เสียงใต้ดิน มีเสียงคึ่กคั่ก ๆ คล้าย ๆ กับคนขนของจะหนี เสียงดังสะท้านขึ้นมาเหนือดิน คุณสันต์ ภู่กร บอกว่า ไม่ได้เอาไปไหนหรอก จะขุดไปถวายหลวงพ่อที่วัดท่าซุง เพราะว่าหลวงพ่อ ท่านก็เป็นพระ ท่นมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ เพราะของนี้เป็นของสงฆ์ ก็ถือว่าไปถวายหลวงพ่อก็แล้วกัน พอบอกเพียงเท่านั้น เสียงก็เงียบ แล้วก็ขุดได้ตามความประสงค์ เมื่อขุดไป ๆ แล้ว เธอก็มาแจ้งข่าวให้ ทราบว่า ยังไม่ได้พระบรมสารีริกธาตุ ก็บอกว่า ให้ไปบูชาใหม่ว่า พระบรมสารีริกธาตุอยู่ทางไหน ให้ตั้งใจขุดทางนั้น ให้คิดจะขุดทางนั้น ก็เป็นอันว่าได้พระบรมสารีริกธาตุ ได้พระพุทธรูป เทวรูปมามาก

ฉะนั้น เจดีย์องค์นี้จึงบรรจุของทั้งหมด ที่คณะคุณโยมสันต์ ภู่กร พิษณุโลก คณะของท่านนำมาเอาไว้ในเจดีย์องค์นี้ และก็ยังมีของอื่นอีกมาก ที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทบูชา ที่เป็นแก้วแหวนเงินทองบูชา พระรัตนตรัย ถ้าจะคิดจริง ๆ ราคาทั้งในเจดีย์ และเจดีย์ ถ้าใครให้ ๕ ล้าน หรือ ๑๐ ล้านก็ไม่ขาย ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะพระไม่มีอาชีพขายเจดีย์ พระไม่มีอาชีพขายพระพุทธรูป

ก็รวมความว่า เจดีย์มีค่าสูงสุด ที่มีความสำคัญจริง ๆ บรรดาท่านพุทธบริษัท ที่พระท่านมาจัดการสร้างเอง ท่านเคี่ยวเข็ญให้สร้าง เป็นความประสงค์ของท่าน เป็นการยากที่เราจะได้พบ และที่ที่ท่านชี้ว่า ต้อง สร้างตรงนี้ เพราะบริเวณนี้ เป็นที่มีพระสารีริกธาตุมาก สร้างทับลงไป กับวิหารพระพุทธเจ้าองค์ปฐมอีกหลังหนึ่งทับที่พระบรมสารีริกธาตุ ท่านขึ้นอยู่เสมอ เวลาขึ้นมาจากดินสวยอร่ามเหมือนกับดาวดวงใหญ่ ลอยเหนือยอดไม้อยู่บ่อย ๆ ลอยไปวนมาแล้วก็กลับที่เดิม วิหารท่านก็สั่ง ต้องสร้างตรงนั้น ตรงนั้นก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ รถแทรกเตอร์ เวลาเกรดที่ อยู่ดี ๆ ถึงตรงนั้นดับ ไปไม่ได้ แต่ถอยสตาร์ท เครื่องติด ทำงานอื่นได้พอถึงที่ตรงนั้นเครื่องดับ ห้ามผ่าน

บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เจดีย์หลังนี้สร้างเสร็จ กำหนดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ตรงกับวันกลางเดือนสาม เป็นวันมาฆบูชา ถ้านับอายุอาตมา ตามใบสุทธิ ก็ ๗๕ ปี ครบอายุขัย เพราะเวลานี้ เป็นเวลาอายุขัยมีแค่ ๗๕ ปี ไม่ใช่ ๑๐๐ ปี ก็ถือว่า เป็นเวลาที่ควรจะตาย อยู่มานานแล้ว แต่ว่า ทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่พระท่าน พระท่านจะให้ตายหรือไม่ให้ตายเป็นเรื่องของท่าน ถ้ายังอยู่ ทำงานไหว ก็ทำ ทำงานไม่ไหว ก็เลิกกัน เพราะอะไร เวลานี้มันเบื่อทุกอย่าง งานที่ไม่เบื่ออยู่อย่างเดียว คือ สอนกรรมฐาน สอนกรรมฐานเท่านั้นที่ไม่เบื่อ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่

ฉะนั้น ขอบรรดาลูกหลานทุกคน เงินที่ทำการก่อสร้างนี้ นอกจากเงินสามแสนของ คุณอภิชาติ สุขุม แล้ว นอกจากนั้นทั้งหมด เป็นเงินที่ลูกหลานทุกคนให้มาใช้เป็นส่วนตัว เงินใช้เป็นส่วนตัวนี้ ใช้ทุกจุด พระพุทธรูปองค์ละ ๕๐,๐๐๐ ไม่พอ เอาเงินส่วนตัวใช้ ห้อง ห้องละ ๕๐,๐๐๐ ไม่พอ ก็เติมด้วยเงินส่วนตัว

เป็นอันว่า ขอญาติโยมลูกหลานทุกคน ที่มาที่วัดท่าซุง เมื่อเห็นเจดีย์องค์นี้เข้า จงคิดว่า เจดีย์นี้เป็นของเรา เราเป็นเจ้าของพระเจดีย์ กำลังใจของบรรดาท่านพุทธบริษัทจะมีธรรมปีติ เมื่อตั้งใจนึกถึงเจดีย์ที่วัดท่าซุง เห็นเข้าแล้ว จำภาพได้ นึกถึงไว้ทุกวันทุกคืน ตื่นใหม่ ๆ นึกนิดหนึ่ง ก่อนจะหลับนึกหน่อยหนึ่ง เพียงแค่นี้จะมีอารมณ์ติดใจเป็นฌาน จิตจะจับในภาพของกุศล เพียงเท่านี้บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน เมื่อเวลาท่านตาย ท่านจะหลีกอบายภูมิได้

การทำบุญที่วัดนี้ ทำไมถึงต้องทำให้สวย มีบางคนเขาบอกว่า ทำเกินหน้าชาวบ้านเขาบ้าง ทำชอบเอาเด่นบ้าง มีคนเขามาเล่าให้ฟังว่า คนคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ว่า อาตมาชอบเอาเด่น ความจริงคำว่า ดีหรือคำว่า เด่น มันไม่รู้อยู่ตรงไหน ที่ทำนี่ ทำตามใจพระ ไม่ได้ตามใจคนพูด คนพูดไม่มีส่วนในการทำ และไม่มีส่วนในการทำบุญ สตางค์บาทหนึ่งก็ไม่เคยให้ แล้วจะไปตามใจทำไม ถ้าถามว่า ตามใจพระมีประ โยชน์อย่างไร ก็ต้องขอตอบว่า ในเมื่ออาตมาบวชเป็นพระ บวชมาเพราะพระท่านสอน ก็ต้องตามใจท่าน มีชีวิตได้ก็เพราะอาศัยพระ มีข้าวกินก็เพราะพระ มีผ้านุ่งผ้าห่มเพราะพระ มีที่อยู่เพราะพระ มียา รักษาโรคเพราะพระ มีเครื่องใช้ไม้สอยทุกอย่างก็เพราะพระ พระท่านสงเคราะห์ ปฏิบัติตามใจท่าน ญาติโยมก็ชอบใจ เมื่อญาติโยมชอบใจ มีศรัทธา ญาติโยมก็ให้ นี่อาศัยบารมีของพระ ถ้าเราบวชมาเพราะอาศัยพระ แต่เราไม่เชื่อ พระบอกว่า นรกมีจริง สวรรค์มีจริง พรหมโลกมีจริง นิพพานมีจริง ตายแล้วยังไม่สิ้นกิเลส ต้องเวียนว่ายตายเกิด เราไม่เชื่อ แสดงว่า เราเป็นเดียรถีย์ เป็นคนนอกพระศาสนา เวลาบวชอาศัยพระ อาศัยบารมีของพระ ถ้าบวชเข้ามาแล้ว กลับไปเปลี่ยนแปลงคำสอนของพระ อาตมาก็ยอมทำตามนั้นไม่ได้

อีกประการหนึ่ง เขาบอกว่า สร้างอะไรก็ใหญ่มาก มีคนผู้น่ารังเกียจ ไม่ใช่ผู้ทรงเกียรติ เมื่อสร้างศาลา ๒ ไร่ได้สองปี เสร็จไป ๒ ปี แกมานั่งเคาะพื้นว่า สร้างทำไม มันใหญ่โต จะเอาผู้คนที่ไหนมา แต่ความจริง การสร้างศาลา ๒ ไร่ ช้าไปหนึ่งปี การสร้าง สร้าง ๑ ปี ๖ เดือนเสร็จ มันก็ไม่ช้า แต่ว่าที่ช้าเพราะว่า มีปีหนึ่ง พอกฐินทอดเสร็จ พระท่านก็สั่งว่า ปีนี้ ต่อไปนี้ ต้องสร้างศาลาถึง ๑ ไร่ ให้แล้วเสร็จภายในกฐินปีหน้า บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท มันเป็นคอนกรีต จะสร้างเสร็จได้อย่างไร ก็ยังสร้างไม่เสร็จ พอถึงกฐินปีหน้า ปีนั้นปรากฏว่า เฉพาะรถบัสมา ๕๐ คัน ศาลาพระพินิจไม่พอ ล้น รถเก๋งอีกต่างหาก รถตู้อีกต่างหาก พอสร้างเสร็จ กฐินปีที่สร้างเสร็จ คนล้นศาลาไม่ใช่พอดีกับคน คนล้นศาลา โดยเฉพาะปีนี้ หลายล้น ๒๕๓๕ นี่ หลายล้นศาลา เป็นอันว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป จะรับกฐินที่ศาลา ๑๒ ไร่ ศาลา ๑๒ ไร่ นี่ไม่ใช่คนอื่น อาตมาเองคิดว่า ท่านสั่งสร้างทำไม ทีแรกก็คิดไม่ออก คิดว่า ถ้าเป่ายันต์เกราะเพชร ศาลา ๒ ไร่ก็พอ ต่อมาไม่พอ ใช้ศาลา ๔ ไร่ ร่วม เป็น ๖ ไร่ ก็ไม่พอ ต่อมาศาลา ๑๒ ไร่ ต้อง ๓ รอบ

เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัท เรื่องการสร้างเจดีย์ก็ยุติกันเพียงเท่านี้

กลับหน้า 1ไปหน้า 3Copyright © 2001 by
Amine
09 พ.ค. 2544 21:00:00