Make your own free website on Tripod.com
อาลัยหลวงพ่อปาน..2

1 2 3 4 5 6 7 8

ต่อไปขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายมารับฟังเรื่องของหลวงพ่อปานต่อ ท่านคุยให้ฟัง อาตมาไม่ทันท่านในเวลานั้น อาตมาก็ขอรับรองว่า คำพูดก็ดี จะเป็นตัวหนังสือก็ตาม ที่ผิดไปจากอาตมาพูดให้ฟังหรือคัดลอกลงเป็นหนังสือเล่มนี้ก็ตาม อาตมาไม่ต้องการให้ใครมารับรองหนังสือของอาตมา อาตมาพูดเองก็ขอรับรองเอง มีคนเขาถามว่า เรื่องนี้หรือที่พูดไปหลาย ๆ เรื่องก็ตามมีใครรับรองบ้าง ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าจะไปกวนใคร แล้วใครล่ะเขาจะมารู้ว่าเราพูดจริงพูดไม่จริง หรือ พูดจริงพูดโกหก จะไปเกณฑ์ให้ชาวบ้านเขามารับรอง มันก็ไม่เป็นผลดี ในเมื่ออาตมามีชีวิตอยู่นี้ อาตมารับรองผล หากว่าบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนสงสัยเรื่องอะไรมาถามได้ทุกเวลา นี่ต้องวงเล็บไว้สักนิดหนึ่งว่า เฉพาะเวลาที่รับแขก เวลารับแขกคือตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสามโมงเย็น เพราะกิจการงานมันมากเหลือเกินบรรดาท่านพุทธบริษัท ธุรการภายในธุรการภายนอกมันหนัก เวลาในเพลเอาไว้ทำงาน ตอนเย็นพักผ่อนร่างกาย ตอนค่ำสอนพระกรรมฐาน บางวันเดินซวนจะล้ม หน้ามืด ร่างกายเกือบจะทรงไม่ไหว บางวันมันก็ลุกไม่ไหวเหมือนกันบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน อย่างวันนี้เป็นต้น ซึ่งตรงกับวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตอนกลางวัน พ.ต.อ. พิเศษ สมศักดิ์ สืบสงวน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ (ยศในขณะนั้น) หรือท่านผู้รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ได้ให้น้ำเกลือ แต่ทว่ากลางคืนเขาเจริญกรรมฐานกันก็โงไม่ขึ้น ต้องปล่อยให้บรรดาท่านพุทธบริษัททำกันไปตามลำพัง นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ขึ้นชื่อว่าขันธ์ห้ามันเป็นอย่างนี้ หลวงพ่อปานท่านก็สอนไว้เสมอว่า เรื่องของขันธ์ห้าน่ะลูกเอ๋ย จงอย่าสนใจมันมากนัก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าขันธ์ห้ามันก็เป็นขันธ์ห้า ที่เรียกกันว่าขันธ์ห้าก็เพราะว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่มันนำมาด้วยก็คือความแก่ ความทรุดโทรม ความป่วยไข้ไม่สบาย ความทุกข์ และการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ประสบกับอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนา และมีความตายไปเป็นที่สุด ท่านสอนแบบนี้อาตมายังจำได้ ท่านบอกว่าก่อนที่จะภาวนากรรมฐานบทใดก็ตาม ควรพิจารณาขันธ์ห้าให้เห็นว่าเป็นอนิจจังคือความไม่เที่ยง ทุกขังเป็นทุกข์ อนัตตามันสลายตน ถ้าเราเกิดมาเป็นคนจงอย่าเมาในความเป็นคน จงคิดว่าเราจะตายเป็นผีอยู่ตลอดเวลา เรื่องความตายนี้ไม่ต้องมีใครมาบันดาลให้เราตาย เราก็ตายของเราเองได้ ไม่ต้องง้อใครเรื่องความตาย

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เวลานี้อาตมาก็มีอายุกาลผ่านวันเข้ามาใกล้กับอายุของหลวงพ่อปานแล้ว อาตมาก็มีความทราบชัดอยู่เสมอว่า คงจะอยู่กับบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายอีกได้ไม่นานนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปี พ.ศ. ๒๕๑๘ นี่ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจ จึงได้เร่งก่อสร้างวัดเป็นการใหญ่ จะให้เสร็จภายในสองปี วัดที่จะสร้างขึ้นมานี้ก็เป็นการสนองคุณความดีของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ซึ่งเป็นบูรพาจารย์ เพราะไม่มีอะไรจะตอบสนองคุณความดีของท่านในวาระสุดท้าย สิ่งที่หลวงพ่อปานรักที่สุดนั่นก็คือสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน อาตมาเองก็ทรงความดีประเภทนี้ได้อย่างงู ๆ ปลา ๆ แต่ว่าเป็นงูตายปลาตาย ไม่ใช่งูเป็นปลาเป็น มีความรู้อยู่บ้างไม่แค่หางอึ่ง ก็พยายามสองบรรดาท่านพุทธบริษัทตามความรู้ที่พึงมี และอาศัยบุญบารมีขององค์สมเด็จพระชินศรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสำคัญ จึงได้เต็มใจสอนบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่มีความประสงค์ จิตจำนงก็มีอยู่เพียงว่า มีความรู้แค่ไหนก็สอนเพียงแค่นั้น ไม่ทำตนเข้าไปวัดบุญบารมีขององค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า นี่พูดแบบนี้ก็พูดแบบที่หลวงพ่อปานท่านสอน หลวงพ่อปานท่านสอนไว้ว่าจงตั้งใจคิดไว้เสมอว่า เรายังดีไม่เท่าพระพุทธเจ้า และความดีของพระพุทธเจ้าท่านเหนือเราหลายแสนล้านนัก เรามีความดีไม่เท่าหยดหนึ่งในหลายแสนล้านซึ่งเป็นความดีของพระพุทธองค์ นี่ความไม่ประมาทในชีวิต การเคารพในองค์สมเด็จพระธรรมสามิตนี่หลวงพ่อปานมีความเคารพมาก

ท่านเล่าให้ฟังต่อไปว่า หลังจากหายจากโรคนั้นแล้ว โดยอาศัยอาจารย์จาบแห่งอำเภอบางบาล มีความรู้เป็นแพทย์แผนโบราณ มีวิชาอาคมมาก ไอ้มารักษาแผลภายในของท่านให้หายได้ คือว่าแผลที่อกหลวงพ่อปานนั้นท่านรักษาให้หายด้วยยอดไม้หรือกิ่งไม้สามกิ่ง เอาใบอ่อน ๆ มาต้มเข้าแล้วก็เสก หรือว่าเสกก่อนแล้วก็ต้มฉันเข้าไปเพียงหม้อเดียว แผลภายในก็หาย ท่านบอกว่า นับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา ท่านก็ไม่มีความประมาทในชีวิต คิดว่าความตายอยู่แค่ปลายจมูก ถ้าสิ้นลมปราณเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น เมื่อหายจากอาการไข้แล้ว จึงได้เร่งรัดทำความดีหนักขึ้น คือ สงเคราะห์บรรดาประชาชนทั้งหลายด้วยการรักษาโรคบ้าง มีใครเขาอดอยากที่ไหนก็นำอาหารการบริโภคไปแจก บอกบุญกับบรรดาท่านพุทธบริษัท เช่น ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขตอำเภอสามชุก กับเขตอำเภอเดิมบาง สองอำเภอในปีหนึ่งมีความอดอยากมาก พระไม่มีกฐินจะรับ หลวงพ่อปานไปทอดกฐิน ๑๗ วัด และนำข้าวปลาอาหารไปแจกแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท มีข้าวไปเกือบ ๓๐ - ๔๐ เกวียนข้าวสาร ข้าวของท่านไม่มีแต่ท่าบอกบุญไปยังท่านพุทธบริษัทที่มี แล้วแบ่งกันไปตามสมควร อาหารมีปลาจืด ปลาทะเล ปลาน้ำเค็มน้ำจืดก็มีไปมาก เพราะบรรดาท่านพุทธบริษัททางด้านเหนือขึ้นมา อยู่น้ำจืดก็นำเอาปลาน้ำจืดที่ตากแห้งเป็นปลาเค็มแล้วมาถวาย สำหรับลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ภายในกรุงเทพฯ มีแม่ง้อ แม่พ่วง แม่เล็ก เป็นต้น หลายร้อยคน นำเอาของทะเลขึ้นมาถวาย เป็นเครื่องกระป๋องก็มี เครื่องปลาก็มี น้ำปลา กะปิ ก็นำมา แล้วแถมยังมีเสื้อผ้าอีกเป็นจำนวนมาก เป็นการบรรเทาทุกข์ของบรรดาท่านพุทธบริษัทที่ได้รับความตกยากได้เป็นอย่างดี และจริยาในการสงเคราะห์อย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท หลวงพ่อปานไม่ได้ยับยั้ง หลังจากถูกบังฟันคราวนั้นมาแล้วท่านทำใหญ่ ไม่ได้ทำเล็ก ทำประเภทไม่อั้น การก่องสร้างก็สร้างคราวเดียว ๓ - ๔ วัดพร้อม ๆ กัน และสำหรับจริยวัตรนั้นก็สั่งสอนพระทุก ๆ ๑๕ วัน คือ วันโกนของกลางเดือนกับวันโกนของวันสิ้นเดือน หลวงพ่อปานจะต้องประชุมพระแนะนำวิธีปฏิบัติ ข้อวัตรข้อปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และก็คุยเรื่องขำ ๆ ขัน ๆ ในการปฏิบัติของท่านให้รับทราบ เพื่อบรรดาพวกเราเหล่าพุทธบริษัทที่เป็นบริษัทของท่านได้รับทราบปฏิปทาแห่งการปฏิบัติของท่านที่ทำมาก็ดี และลีลาของอาจารย์ทั้งหลายก็ดี และอุปสรรคในการปฏิบัติกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานก็ดี หรือวิธีที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงจุดอย่างง่าย ๆ ก็ดี ประเภทนี้หลวงพ่อปานมีความฉลาดมาก นี่ตามในทรรศนะของอาตมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าพวกเราหลายองค์ด้วยกันเป็นคนมีนิสัยโลดโผน อยากจะเห็นผีเห็นเทวดา เห็นนรกเห็นสวรรค์ เห็นพรหมอย่างนี้เป็นต้น หลวงพ่อปานก็พยายามนำเรื่องทั้งหลายเหล่านี้มาคุยให้ฟังว่ามันมีจริง และก็พยายามแนะวิธีปฏิบัติในทางลัดให้เข้าถึงได้ง่าย ๆ

วิธีปฏิบัตินี่ก็ไม่มีอะไรบรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าเราเป็นคนชนะใจแล้วมันก็ไม่ยากเหมือนกัน ทั้งนี้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเรา ที่ไม่สามารถเห็นผีเห็นเทวดาได้ก็เพราะว่าเราเป็นคนแพ้ใจหรือว่าใจของเรามันเป็นผู้แพ้นิวรณ์นี่บรรดาท่านพุทธบริษัท มันจึงไม่เห็น เมื่อนิวรณ์มันมีสภาพเหมือนโคลนที่สกปรกมาก ใจมีสภาพเหมือนแก้วใส เมื่อมีโคลนตนเข้าไปแปดเปื้อน เราก็ไม่สามารถเอาแก้วใสมาทำแว่นตาส่องเห็นทางได้ฉันใด อารมณ์ใจของเราก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าอารมณ์ใจของเรายังคบนิวรณ์ห้าประการอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ เราก็ไม่สามารถติดตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมครูได้ นี่ความจริงมันเป็นอย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย นี่เป็นเรื่องของความจริง


หากว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงชนะนิวรณ์ห้าประการได้เมื่อไร เรื่องผีเรื่องเทวดา เรื่องนรกสวรรค์ หรือพรหมโลก หรือว่าคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ไม่ใช่ของแปลกสำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัท หลวงพ่อปานท่านมีความฉลาด มักจะสอนแบบคุย ๆ กันธรรมดา ๆ ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาไม่มีเวลาเครียด เมื่ออาการเครียดไม่มีก็ตั้งใจรับฟังด้วยดี นี่จัดว่าเป็นความฉลาดของพระในสมัยนั้น ซึ่งเป็นคณาจารย์ใหญ่องค์หนึ่ง อาตมาจะไม่พูดว่าโด่งดังมากกว่าองค์อื่น เวลานั้นพระคณาจารย์ที่มีสมรรถภาพ คือ มีความสามารถดี มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพของประชาชนมีมากท่านด้วยกัน ไม่ใช่มีแต่หลวงพ่อปานองค์เดียว แต่ทว่าพระสมัยนั้นรู้สึกว่าท่านมีความดีเป็นกรณีพิเศษ ถึงแม้ว่าท่านจะดีเพียงใดก็ตามทีท่านไม่เคยอวดดีหรือว่าเบ่งดี มีแต่เพียงว่า เมื่อเห็นใครเขาทำดีท่านก็พาลูกศิษย์ไปหาให้เรียนต่อขอความรู้ที่เป็นเกร็ดความรู้ หรือว่าความรู้ที่เป็นหลัก ที่ท่านไม่สามารถจะสอนให้เข้าถึงจุดละเอียดคือจุดหมายปลายทางได้ ต่างคนต่างส่งลูกศิษย์ไป สวนกันไปสวนกันมา แต่ละองค์ก็ถือว่าตัวไม่ดีเท่าองค์อื่น เป็นอันว่า เวลานั้นหาพระอวดดีไม่ได้ มีแต่พระอวดเลว


นี่ความไม่ประมาทในชีวิตของหลวงพ่อปานนะ บรรดาท่านพุทธบริษัท ที่ท่านทำทุกอย่างนั่นมันเป็นมหากุศล เพราะการทำบุญที่เป็นส่วนสาธารณชน เช่น เอาข้าวสารไปแจกแก่คนจน เอาอาหารไปแจก เอาเสื้อผ้าไปแจก นี่มันเป็นส่วนสาธารณะ ถ้าเราจะเปรียบกับการให้ประเภทนี้ก็มีความดีคล้ายกับถวายสังฆทาน แต่ทว่าอย่าตีราคาให้เสมอเลยบรรดาท่านพุทธบริษัท เพราะสังฆทานเป็นทานที่หมายเอาพระพุทธเจ้าเป็นประธาน มีพระอริยสงฆ์เป็นแนวรับ นี่การที่เราให้กับคน บางทีคนที่รับก็เป็นคนมีศีลไม่บริสุทธิ์ อานิสงส์ก็น้อยไปหน่อย แต่ถึงจะน้อยประการใดก็ตามที บุญบารมีประเภทนี้ก็สามารถจะส่งผลให้เราเข้าถึงอมตมหาปรินิพพานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราตายไปในชาติปัจจุบัน ทางที่เราจะพึงไปได้ก็คือ สวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก ตัวอย่างท่านอังกุระเทพบุตรให้ทานแก่คนภายนอกพระพุทธศาสนา เพราะว่าเวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี ให้ทานอย่างนี้เป็นกาลนาน ปรากฏว่าตายจากมนุษย์แล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก แต่ว่าสภาพร่างกายผ่องใสไม่พอ มีศักดาไม่พอเสมอด้วยเทวดาทั้งหลาย แต่ทว่าบรรดาท่านพุทธบริษัท ขึ้นชื่อว่าเป็นเทวดาแล้วถึงแม้จะเป็นเทวดาท้ายแถวก็ยังดีกว่าคนต้นแถว เพราะไม่มีแก่ ไม่มีหิวไม่มีกระหาย ไม่มีความหนาว ไม่มีความร้อน ไม่มีการป่วยไข้ไม่สบาย จะมีก็เพียงแต่ว่า เกิดเป็นเทวดาแล้วก็ตายจากการเป็นเทวดาเท่านั้น ฉะนั้นอาตมาจึงถือว่าการบำเพ็ญกุศลทานแก่คนภายนอกพระพุทธศาสนาหรือว่าคนในเขตพระพุทธศาสนาแต่ว่าไม่มีความเคารพในพระพุทธศาสนา การบำเพ็ญกุศลด้วยมีผลน้อย แต่ทว่าเราทำบ่อย ๆ มันก็มากเหมือนกัน ฉะนั้นการเกื้อกูลกันซึ่งกันและกัน บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านมันเป็นปัจจัยให้เกิดความสุข ทั้งในชาติปัจจุบันและสัมปรายภพ และในชาตินี้เราก็มีคนรักมาก คนผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนผู้รับ ถ้าเรามีคนรักมากเพียงใด เราก็มีความสบายใจเพียงนั้น ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าการไปทางไหนก็มีแต่คนไหว้คนเคารพ มีแต่คนชอบคนรัก อันตรายมันก็ไม่มี การเดินทางไปไหนจะตกรถตกเรือ จะหิวตายในระหว่างทาง จะไม่มีสำหรับคนประเภทนี้

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท ถึงแม้ว่าความดีประเภทนี้จะเป็นความดีประเภทเล็ก ๆ จัดว่าเป็นบุญเด็ก ๆ ก็ควรจะรับฟังเข้าไว้ เอาละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ตอนนี้พูดถึงเรื่องหลวงพ่อปานยังไม่ได้ เพราะมองดูเทปที่บันทึกมันใกล้จะหมดลงไปเต็มที เกรงว่าถ้าพูดต่อไปแล้วเรื่องรายังไม่ทันจะเข้าที่ เทปหมด ก็จะสร้างความรำคาญใจแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท ฉะนั้นนับจากนี้ไปจะพักคอสักหน่อยจะได้กลับหน้าเทป ในระหว่างที่กลับหน้าเทปนี่ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทฟังดนตรีเพื่อเป็นการคั่นเวลาสักเล็กน้อยก็แล้วกัน

กลับไปหน้าที่ ๒อ่านหน้าที่ ๔Copyright © 2001 by
Amine
31 มี.ค. 2546 22:22:54